bbviplover View my profile

HTML hit counter - Quick-counter.net


ShoutMix chat widget

[Tran] G-Dragon Interview Series : Part 13-14-15

posted on 28 Feb 2010 14:41 by bbviplover in Tran

  

G-Dragon Interview Series

 

Part 13 : The plagiarism controversies were unbearable

"การถูกตราหน้าว่า 'ผู้คัดลอกผลงาน'"

 


     ควอนจียงพร้อมหัวใจที่กำลังเต้นระรัวกับการปล่อยอัลบั้มเดี่ยวของเขาครั้งแรก...รู้สึกหมดหวัง แค่วันเดียวก่อนที่อัลบั้มจะวางแผง เพลงโปรโมตอย่าง'Heartbreaker'ถูกกล่าวหาว่าเป็นการคัดลอกผลงาน ใน Me2day ของจียงที่เคยเป็นช่องทางที่มีค่าสำหรับเขาในการติดต่อกับแฟนๆ ดูเหมือนจะกลายเป็นที่ที่ไร้หัวใจและน่ากลัวอย่างที่สุดในตอนนี้

     "ไม่ว่าจะเป็นการลอกจริงๆหรือไม่ ในความคิดของผม การมีคำว่า 'ผู้คัดลอกผลงาน' ตราหน้าอยู่ ก็เป็นเรื่องที่น่าขายหน้ามากแล้วครับ ในอินเตอร์เนต มีคนมากมายกำลังถกเถียงกันว่า 'ลอก' กับ 'ไม่ได้ลอก' ทางค่ายบอกกับผมว่าพวกเขาบินไปที่อเมริกาเพื่อที่จะเคลียร์เรื่องนี้ แต่ดูเหมือนว่ามันกลายเป็นศึกใหญ่ทางกฏหมายไปแล้ว ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องยากที่จะจัดการ ในขณะนั้นผมเองก็พยายามจะเต็มที่กับการร้องเพลงและเต้นให้กับทุกคนได้ดู แต่ผู้คนดูจะสนใจแต่เรื่องแย่ๆ นั้นอย่างเดียวเลย ตอนนั้นผมคิดอย่างเดียวเลยว่าผมจะต้องบ้าเข้าสักวันแน่ๆ หลังจากไตร่ตรองเรื่องนี้อยู่สักพักนึง ผมตัดสินใจว่านักร้องควรจะตอบคำถามทุกข้อสงสัยผ่านทางการแสดงบนเวทีครับ"

     จียงรู้ว่าไม่ว่าเขาจะออกไปพูดอะไรมันก็คงไม่ทำให้อะไรดีขึ้น เขานึกถึงนักแสดงที่จะสื่อสารกับผู้คนผ่านทางการแสดงในละครหรือภาพยนตร์ ดังนั้นจียงจึงคิดว่านักร้องเองก็ควรที่จะพูดทุกอย่างผ่านทางการแสดงและดนตรีของพวกเขา

     "ผมคิดว่าที่เดียวที่ผมจะสามารถทำได้กับเพลงของผมคือก็คือการแสดงบนเวทีครับ ผมบอกกับตัวเองเสมอว่าผมควรจะขอโทษ ถ้าผมทำให้แฟนๆต้องผิดหวัง และคิดว่าถ้าเราพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว สักวันพวกเขาก็จะรับรู้ได้เองล่ะครับ"

     จียงต้องจมอยู่กับการโต้เถียงรุนแรงแบบนี้ทั้งที่อายุยังน้อย เป็นที่น่าแปลกใจว่าเขามีพลังที่จะเอาชนะแรงกดดันในเรื่องใหญ่แบบนั้นได้ยังไง? คำตอบก็คือความสนใจที่เขาได้รับจากทั้งแฟนคลับและแอนตี้แฟนเป็นแรงผลักดันที่ดีที่สุด

     "ถ้ามีการปล่อยข่าวที่เกี่ยวกับผมในอินเตอร์เนตเมื่อไรล่ะก็ คอมเมนต์แรกมักจะเป็นคนที่ซ้ำเติมผมเสมอครับ ไม่เข้าใจเหมือนกัน ผมก็เป็นคนนะ แน่นอนว่าผมเข้าไปดูครับ(หัวเราะ) พวกที่แอนตี้มักจะเข้ามาตอบเป็นพวกแรกๆ แล้วก็ทิ้งคอมเม้นแรงๆเอาไว้ อันที่จริงผมต้องขอขอบคุณนะครับ ถ้าเขาเกลียดผมจริงๆ เขาคงไม่สนใจผมหรอก รู้ครับว่าพวกเขามักจะคอยติดตามข่าวของผมเสมอเพราะยังคาดหวังอะไรในตัวผมอยู่ อย่างพวก 'ถึงฉันจะเกลียดหมอนี่ แต่มันก็อดไม่ได้ที่ต้องสนใจ' บางที เพราะคนเหล่านี้ ที่ทำให้ผมรู้สึกว่าผมต้องพยายามให้หนักกว่านี้ครับ"

     เป็นเรื่องธรรมดา นักร้องชื่อดังไม่สามารถหนีจากความสนใจของสาธารณชนได้ ทั้งการชื่นชมทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ ก็เปรียบเหมือนกับเหรียญที่มีสองด้าน

     "แทนที่จะมานั่งคิดว่าใครจะเป็นผู้ชนะระหว่างผมกับคนที่เกลียดผม ผมกลับคิดว่าผมควรที่จะพยายามให้หนักยิ่งขึ้น จนกว่าคนพวกนั้นจะหมดไปมากกว่าครับ ผมไม่สามารถตอบโต้สาธารณชนได้ครับ เพราะศิลปินต้องทำงานกับสาธารณะ มันก็เหมือนกับการเป็นนักเรียน ผมกำลังรู้สึกว่าผมได้ทำการบ้านเสร็จแล้ว และตอนนี้ก็กำลังหวังว่าคุณครูจะชมเชยน่ะครับ"

     เสียงวิพากย์วิจารณ์ของสาธารณชนทำให้จียงได้เรียนรู้ที่จะสุขุมและใจเย็นมากขึ้น เขาอาจจะดูเป็นพวกเด็กแก่แดด แต่ก็ไม่ใช่พวกที่จะพยายามบังคับตัวเองให้ซ่อนความเจ็บปวดไว้ได้

     "มันจะมีช่วงเวลาแย่ๆแบบนี้เป็นหมื่นเป็นแสนครั้งเลยถ้าคุณอยู่ตำแหน่งที่สามารถถูกโจมตีได้ เกาหลีเป็นประเทศเล็กๆ ดังนั้นการอยู่ในตำแหน่งแบบนั้นมันท้อแท้จริงๆครับ ผมเข้าใจนะ แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บปวดทุกที เมื่อปีกของเราใหญ่ขึ้น เราก็จะบินไปได้ไกลมากขึ้น ตอนนี้ผมมาไกลเกินกว่าจะยอมแพ้แล้วครับ ตรงจุดนี้ เราไม่สามารถที่จะหันหลังกลับไปได้แล้ว ผมพยายามอย่างถึงที่สุดแล้ว พูดตามตรงเลยนะครับ ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจและรักผมมากกว่านี้"

 

 

 

Part 14 : I like girls who are like ‘cats’

"ผมชอบผู้หญิงที่ดูเหมือนแมว'"

 

 

     "ทั้งเนื้อเพลงและเมโลดี้ในเพลงที่ผมแต่งมาจากประสบการณ์ของผมทั้งหมดครับ แม้ว่ามันอาจจะเป็นแค่ประสบการณ์ที่ผ่านจากการคุยกับผู้คนหรือดูภาพยนตร์ก็ตาม ตอนที่ผมมีความรัก ผมก็เขียนได้แค่เนื้อเพลงที่เต็มไปด้วยความสุข แต่ตอนที่ผมอกหักก็มีแต่เนื้อเพลงเศร้าๆที่แล่นมาในหัว อย่างเพลง 'She's gone' ก็เป็นหนึ่งในอารมณ์ที่เกิดขึ้นตอนดูหนังน่ะครับ"

     เพลงที่จียงเขียนทั้งหมดมาจากประสบการณ์ของเขาเอง ดังนั้นผู้ฟังเพลงก็จะได้รับรู้ถึงความรู้สึกของจียงจริงๆ ขณะที่ฟังเพลงของเขา

     "ผมคิดว่าผมต้องแต่งมันออกมาจากใจจริงๆครับ คนที่ฟังจะได้สามารถรู้สึกเหมือนที่ผมรู้สึกไปด้วย ตอนที่ฟังพวกเขาอาจจะรู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วยก็ได้ ผมคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้หรอกที่ใครสักคนจะสัมผัสถึงความหมายของเพลงๆนึงจริงๆ ถ้าเพลงนั้นไม่มีที่มาอะไรเลย"

     แต่จียงมี แน่นอน เขาเคยมีความรัก แต่คนรอบตัวเขามักจะเรียกมันว่า 'รักแบบเด็กๆ'

     "ผมคิดว่านั่นมันเป็นความรักจริงๆนะครับ แต่เพื่อนสนิทของผมก็ยังชอบบอกว่า 'นั่นไม่ใช่รักแท้หรอก' ทุกทีอะ อาจจะเป็นเพราะผมเป็นคนจำพวกตกหลุมรักกับอะไรสักอย่างเร็วมาก แต่คลั่งได้ไม่นานก็เลิก แต่ตอนนั้นเราคบกันอยู่ระยะนึงเลยครับ"

     แล้วเขาก็เป็นคนจำพวกให้ได้ทุกอย่างกับผู้หญิงที่เขารักด้วย แม้บางทีมันอาจจะทำให